วันอังคารที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2553

ป๋าเครียดวาเลนเซียเจ็บหนักเกมเสมอเรนเจอร์ส


เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือ "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปวดขมับ หลัง อันโตนิโอ วาเลนเซีย ปีกทีมชาติเอกวาดอร์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้า ในเกมเสมอ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส แบบไร้สกอร์ ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม ซี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา งานนี้อาจส่งผลให้นักเตะพักไปอีกนานเลยทีเดียว


เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมชาวสกอตแลนด์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับ ตอนนี้รู้สึกกังวลใจว่า อันโตนิโอ วาเลนเซีย ปีกตัวเก่ง อาจจะมีปัญหากระดูกข้อเท้าเคลื่อนหรือแตก ในเกมเสมอ กลาสโกว์ เรนเจอร์ส 0-0 ที่สนาม โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา

ปีกทีมชาติเอกวาดอร์ ต้องโดนหามออกจากสนาม พร้อมกับต้องสวมหน้ากากออกซิเจน ในนาทีที่ 63 หลังโดน เคิร์ก บอร์ดฟุต เสียบหนักที่ข้อเท้า และ เซอร์เฟอร์กี้ ต้องส่ง ไรอัน กิ๊กส์ มิดฟิลด์วัยดึก ลงมาลากเลื้อยทางริมเส้นแทน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้บรมกุนซือ "ผีแดง" ยอมรับว่า กังวลใจกับอาการบาดเจ็บของดาวเตะวัย 25 ปีอย่างมาก และตอนนี้ก็ต้องรีบส่งตัว วาเลนเซีย เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลทันที "เขาถูกนำตัวไปที่โรงพยาบาลแล้ว มันดูเหมือนกับว่า จะเป็นอาการเคลื่อนหรือแตกที่ข้อเท้าก็ได้ ซึ่งเป็นข่าวร้ายจริงๆ งานนี้คงจะทำให้เขาหมดสิทธิ์ลงสนามอีกนานแน่นอน"

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์


ทฤษฎีสัมพัทธภาพ ของอัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เป็นกลุ่มของทฤษฎีทางฟิสิกส์ 2 ทฤษฎี คือ ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษและทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ทฤษฎีทั้งสองนี้ถือกำเนิดขึ้นเพื่อใช้อธิบายข้อเท็จจริงที่ว่าคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้านั้นไม่ได้ประพฤติตนตามกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่โดยไม่ขึ้นกับการเคลื่อนที่ของผู้สังเกต แนวคิดหลักของทั้ง 2 ทฤษฎีนี้ คือ แม้ผู้สังเกตสองคนที่กำลังเคลื่อนที่สัมพัทธ์กันนั้นอาจจะตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงของเวลาและตำแหน่งได้ต่างกันสำหรับเหตุการณ์หนึ่งๆ แต่ทั้งสองจะยังคงสังเกตเห็นเนื้อหาของกฎทางฟิสิกส์ที่เหมือนกัน

วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

วิธีการหัดร้องเพลงด้วยตนเอง




วิธีการฝึกร้องเพลงที่ถูกต้อง



จากเคล็ดของ อ.ดุษฎี พนมยงค์ บุญทัศนกุล ผู้มีข้อแนะนำวิธีการฝึกร้องเพลงด้วยตนเองง่ายๆดังนี้



1. ฝึกการหายใจประกอบการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ


ขั้นตอนการปฏิบัติมีดังนี้


- ยืนตรง สองเท้าห่างกันเท่าความกว้างของหัวไหล่

- เหยียดแขนที่ประสานกันขึ้นเหนือศีรษะ หงายมือขึ้น
...พยายามเหยียดแขนขึ้นให้สุด ให้แขนทั้สองข้างตึง

- หายใจเข้าช้าๆอาจนับ 1 2 3 พร้อมกับเขย่งเท้าขึ้นช้าๆด้วย

- กลั้นหายใจไว้ชั่วขณะในสภาพเขย่งเท้า

- ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกยาวๆนับ 1 2 3 4 5 6
ช้าๆพร้อมกับวางมือข้างตัวอย่างช้าๆ ขณะที่วางส้นเท้าลงกับพื้น
แบบฝึกหัดนี้ ปฏิบัติทุกวัน วันละไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง





2. ฝึกการเปล่งเสียงประกอบการหายใจ



- หายใจเข้าช้าๆ สบาย นับ 1 2 3 ช้าๆไว้ในใจ

- ค่อยๆผ่อนลมหายใจออกทางจมูก โดยหุบปากเปล่งเสียง "ฮึ่ม!"
(เหมือนเสียงบ่นพึมพัมเวลาคนที่บ้านทำอไรไม่ถูกใจเรา)

- หายใจเข้าช้าๆอีก

- คราวนี้จากเสียง "ฮึ่ม" สั้นๆเปลี่ยนเป็น "ฮึ่ม"
ยาวๆพร้อมผ่อนลมหายใจออก นับ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ครบแล้ว จึงหยุดเสียง "ฮึม" ปฏิบัติซ้ำซากอย่างนี้วันละไม่ต่ำกว่า 8 ครั้ง





3. ฝึกการร้องให้ถูกต้องตามทำนองและจังหวะ

- หาเพลงที่ท่านชอบมาฟังหลายๆเที่ยว

- ลองฮัมตามทำนองเพลงให้ถูกทั้งทำนองและจังหวัด

- ร้องด้วยคำว่า "ลา....." ตามความสูงต่ำของเสียงเพลงตลอดทั้งเพลง





4. ฝึกการท่องจำเนื้อเพลงให้แม่นยำ


- นำเพลงบทนั้นมาอ่านเนื้อร้องให้คล่อง


- พยายามออกเสียง พยัญชนะ อักขระ และตัวสะกดต่างๆให้ถุกต้องและถูกวรรคตอน

- เมื่อแน่ใจแล้วก็ลองร้องทั้งเพลง


- ใส่อารมณ์ความรู้สึกตามเนื้อเพลงนั้นๆ

เพลง Better man - Robbie Williams

วิธีทำซูชิ



เครื่องปรุง

ข้าวญี่ปุ่น (ล้างน้ำสะอาดและสะเด็ดน้ำ)

200 กรัม (1 ถ้วย)

น้ำเปล่า

300 มล.

น้ำส้มสายชูข้าวญี่ปุ่น

120 มล.

น้ำตาล

1/2 ช้อนโต๊ะ

เกลือ

1/2 ช้อนชา


วิธีทำ
1. ผสมข้าวกับน้ำเปล่า 300 มล. ลงในหม้อและแช่ค้างไว้ประมาณ 30 นาที
2. ปิดฝาหม้อ นำข้าวและน้ำเปล่าไปต้มใช้ไฟปานกลาง จากนั้น ลดความร้อนลงจนเหลือไฟอ่อนมาก ต้มต่อไป 15 นาที ปิดความร้อนและปล่อยพักไว้ก่อน ปิดฝาให้แน่นอีกประมาณ 15 นาที ในขณะเดียวกัน คนน้ำส้มสายชู น้ำตาลและเกลือเข้าด้วยกันใช้ไฟอ่อน (หรือ ใช้ไมโครเวฟก็ได้) รอจนกระทั่งน้ำตาลละลาย

3. นำข้าวที่สุกแล้ววางบนถาด โรยด้วยน้ำส้มสายชู ค่อยๆราดให้ทั่ว คนเบาๆด้วยไม้พายข้าว ระวังอย่าให้ข้าวเหลวจนเกินไป ค่อยๆคนพลิกไปมาเบาๆให้ส่วนผสมเข้ากันดี ทำขั้นตอนนี้หน้าพัดลม หรือให้คนช่วยพัดขณะคน เพื่อให้ข้าวเย็นเร็วขึ้น (หากข้าวเย็นช้าอาจกลายเป็นข้าวต้มได้) คุณอาจไม่ต้องใช้น้ำส้มสายชูจนหมด ชิมข้าวก่อนปรุงเพิ่มก็ได้ เมื่อข้าวเย็นดีแล้วให้หยุดคน

คำแนะนำ
ซูเปอร์มาร์เกตบางแห่งมีจำหน่ายน้ำส้มสายชูทานพร้อมซูชิตามเทศกาล แต่เตือนไว้ก่อนว่า มันมักจะมีผงชูรส (MSG) และสารแต่งกลิ่น เพิ่มอื่นๆ

วันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2553

การออกกำลังกายเพื่อสุขภาพคืออะไร




คือ การออกกำลังกายเพื่อเพิ่ม หรือคงไว้ซึ่งความทนทานของระบบไหลเวียน
โลหิตและปอด โดยมีขบวนการใช้ออกซิเจน ในขบวนการเผาผลาญ เพื่อให้
เกิดพลังงานสำหรับการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง จึงมีชื่อเรียกการออก
กำลังกายชนิดนี้ว่า AEROBIC EXERCISE

ประโยชน์ต่อสุขภาพ
1. ระบบไหลเวียนโลหิต
1
.1 ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจแข็งแรงมากขึ้น สามารถสูบฉีดโลหิตได้ปริมาณ
มากขึ้น
1.2 เพิ่มหลอดโลหิตฝอยมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมากขึ้น
1.3 ลดอัตราการเต้นของหัวใจ ทั้งในขณะพัก และออกกำลังกาย ทำให้ไม่
เหนื่อยง่าย
1.4 ลดแรงต้านทานส่วนปลายของหลอดโลหิตฝอยทำให้ความดันโลหิตลดลง
ทั้งขณะพัก และออกกำลังกายลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิต
สูง

2. ระบบหายใจ
2.1 ความจุปอดเพิ่มขึ้น ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนมากขึ้น
2.2 เพิ่มปริมาณโลหิตไปสู่ปอด ทำให้การไหลเวียนของปอดดีขึ้น
2.3 เพิ่มประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอด ทำให้ประสิทธิภาพการ
หายใจดีขึ้น


3. ระบบชีวเคมีในเลือด
3.1 ลดปริมาณคอเลสเตอรอล (Cholesterol) และไตรกลีเซอไรด์
(Triglyceride) จึงลดอัตราเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน และ
โรคหลอดเลือดสมองอุดตัน
3.2 เพิ่ม HDL Cholesterol ซึ่งช่วยลดการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตัน
3.3 ลดน้ำตาลส่วนเกินในเลือด เป็นการช่วยป้องกันโรคเบาหวาน

4. ระบบประสาทและจิตใจ
4.1 ลดความวิตกกังวลและคลายความเครียด
4.2 มีความสุขและรู้สึกสบายใจจากสาร Endorphin ที่หลั่งออกมาจาก
สมองขณะออกกำลังกาย

ขั้นตอนและหลักในการ ปฏิบัติ
ถ้ามีอายุมากกว่า 35 ปี ควรตรวจสุขภาพ ว่ามีโรคหัวใจหรือไม่ก่อน
การออกกำลังกายชนิดนี้ ควรรู้วิธีเหยียดและยืดกล้ามเนื้อ รวมทั้งอุ่นเครื่อง
(Warm up) และเบาเครื่อง (Cool down) หลักในการปฏิบัติ เป็นการใช้
กล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างน้อย 1 ใน 6 ส่วนของร่างกาย ออกกำลังอย่างสม่ำ
เสมอ

คำ ศัพท์
Frequency (F) หมายถึงความถี่ในการออกกำลังกายใน 1 สัปดาห์ อย่าง
น้อย 3 วัน อย่างมาก 6 วัน
Intensity (I) หมายถึงความหนักในการออกกำลังกาย ใช้อัตราการเต้น
ของชีพจรเป็นเกณฑ์ ให้ได้ประมาณระหว่างร้อยละ 70-90 ของอัตราเต้น
สูงสุดของหัวใจ ซึ่งสามารถคำนวนได้จากการนำอายุไปลบออกจากเลข 220
ตัวอย่างเช่น ชายอายุ 20 ปี จะใช้ความหนักในการออกกำลังกายชนิดนี้เท่า
ใด
คำตอบคือ (220-20)x 70 ถึง 90 หาร 100 เท่ากับ 140 ถึง 180 ครั้งต่อนาที
Time (T) หมายถึง ช่วงเวลาในการออกกำลังกายในแต่ละวัน อย่างน้อย
10-15 นาที ใน 6 วัน อย่างมาก 30-45 นาทีใน 3 วัน

รูป แบบการออกกำลังกาย
มีหลากหลายชนิดเช่น วิ่งเหยาะ, เดินเร็ว, ขี่จักรยาน, ว่ายน้ำ, เต้นแอโรบิค,
ฟุตบอล, บาสเก็ตบอล, เทนนิส, แบดมินตัน, ตระกร้อข้ามตาข่าย, วอลเลย์
บอล เป็นต้น

ข้อ ควรระวัง
ควรงดการออกกำลังกาย ในขณะเจ็บป่วย มีไข้ พักผ่อนไม่พอควรออกกำลัง
กายก่อนอาหารหรือหลังอาหารหนักผ่านไป 3-4 ชั่วโมง และดื่มน้ำอย่างเพียง
พอ ควรหลีกเลี่ยงสภาพอากาศที่ร้อนจัด หนาวจัด ฝนฟ้าคะนอง มลภาวะมาก
สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสมควรพักหากมีอาการแน่นหน้าอก คลื่นไส้ อาเจียน
และไปพบแพทย์

กินอาหารบำรุงผิว เพื่อสุขภาพที่ดีของผิว




อาหารผิวนับว่ามีส่วนสำคัญ ในการเป็นตัวบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งและสดใสเพื่อให้มีสุขภาพผิวที่ดีๆ โดยสำหรับอาหารที่ทำลายความสดใสของผิวพรรณอย่างแรกก็คือ ไขมันอิ่มตัวในอาหารจำพวกเบคอน ไส้กรอก ไอศกรีม เนยสด โดยในการเผาผลาญอาหารเหล่านี้ จะทำให้เกิดอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เซลล์ของร่างกายเหี่ยวย่น และเสื่อมโทรมลง

และหากเป็นอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำตาลมากเกิน ไป ก็ไม่ดีเช่นกัน เพราะจะไปขัดขวางกระบวนการสร้างคอลลาเจนซึ่ง เป็นสารที่ทำให้ผิวตึงกระชับ ดังนั้นหากกินมากไปส่งผลให้ผิวหนังหย่อนยานก่อนวัยได้นะ

กาแฟที่เรามักจะดื่มกันตอนเช้าๆ วันละแก้วสองแก้วนี่ก็ทำลา ยผิวเราได้เหมือนกัน เพราะคาเฟอีนจะเป็นตัวดึงความชุ่มชื้นจากผิวเราออกไป และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งหลายก็เช่นกัน ดังนั้นหากดื่มสองสิ่งนี้เข้าไปเมื่อไร ก็อย่าลืมดื่มน้ำแก้วโตๆ ตามเข้าไป เพื่อป้องกันผิวไม่ให้ขาดความชุ่มชื้น

ส่วนใครที่อยากผิวดีจากอาหารการกินก็ไม่ยาก เพียงแต่กินอาหารจำพวก เนื้อปลา ซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนชั้นเยี่ยมที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอในร่างกาย และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย น้ำมันมะกอกซึ่งมีกรดไขมันชนิดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และเต็มไปด้วยวิตามินเอและอีก็ช่วยให้ผิวสวยได้ ส่วนธัญพืชต่างๆ ก็ให้วิตามินอีซึ่งช่วยรักษาความแข็งแรงของเซลล์ ที่ขาดไม่ได้คือผักสดผลไม้สด รวมทั้งน้ำสะอาดวันละ 6-8 แก้วด้วย เท่านี้ผิวก็สวยได้แล้ว